จระเข้ รูฟ ชิลด์

จระเข้ รูฟ ชิลด์

อะคริลิกทากันซึม และสะท้อนความร้อน

  • อะคริลิกคุณภาพสูง ทนทานแช่น้ำขังได้นานขึ้น ทน UV
  • สะดวก ใช้งานง่าย เปิดฝาใช้ได้ทันที
  • ยืดหยุ่นตัวสูงกว่า 500% ปกปิดรอยแตกลายงา
  • ผสมสารเคมีพิเศษ ช่วยสะท้อนรังสือความร้อนได้ 55 - 80% ทั้งสีอ่อนและเข้ม ลดความร้อนสะสมเข้าอาคาร ลดอุณหภูมิภายใน 2 - 6 องศา เมื่อเทียบกับกันซึมทั่วไป
  • สามารถผสมสีหรือทาสีทับได้
  • ยึดเกาะกับวัสดุได้หลากหลาย

ลักษณะการใช้งาน

เหมาะสำหรับกันซึมดาดฟ้าที่ระบายน้ำได้ดี หลังคาคอนกรีต หลังคาเหล็ก รอยต่อบัวกันน้ำ ครอบสันหลังคา และเหมาะกับการทาปกปิดรอยแตกลายงาผนังอาคาร ทากลบรอยต่อผนังที่อุดด้วย ซีลแลนท์ สามารถยึดเกาะกับวัสดุได้หลากหลาย เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ พลาสติก PVC เหล็ก สังกะสี อลูมิเนียม กระเบื้องมุงหลังคา พื้นแผ่นยางมะตอย ไม้ อิฐ และอื่นๆ
มาตรฐาน           : EN 1348, JIS R3106
สีของผลิตภัณฑ์  : สีขาว สีเทา
ขนาดบรรจุ : 1 กก. / 4 กก. / 20 กก.

การเตรียมผิว
  • พื้นผิวที่ต้องการทากันซึมต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น เศษปูน น้ำมัน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ
  • หากพื้นผิวมีรอยแตกร้าว ควรซ่อมรอยแตกร้าวก่อน โดยใช้วัสดุซ่อมแซมที่เหมาะสม ทำการอุดบริเวณขอบร่อง ต่อชนผนังกำแพงด้วยซีลแลนท์
  • ควรปล่อยพื้นผิวให้แห้งอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังทำความสะอาด
  • พื้นหรือผนังคอนกรีตใหม่ ควรมีอายุอย่างน้อย 28 วัน ก่อนทำงาน
  • บนผิวปูนฉาบใหม่ ควรมีอายุอย่างน้อย 7 วัน ก่อนทำงาน
  • วัสดุที่อมความชื้นต้องทิ้งให้แห้งสนิทก่อนทำงาน
อัตราการใช้งาน

1.2 กก. / ตร.ม. / 2 เที่ยว (ความหนาประมาณ 0.2-0.4 มม.)
ทารองพื้น ประมาณ 0.6 กก. / ตร.ม. (ผสมน้ำ 10%)

การใช้งาน
  1. ควรกวนจระเข้ รูฟ ชิลด์ ให้เข้ากันก่อนใช้งาน
  2. กรณีพื้นผิวขรุขระ รูพรุน ควรใช้จระเข้ รูฟ ชิลด์ผสมน้ำ 5–10 % ทาเป็นรองพื้นชั้นแรก
  3. ใช้แปรงหรือลูกกลิ้ง ทาจระเข้รูฟ ชิลด์ให้ทั่ว 2 รอบ
  4. หลังจากการทารอบแรกแล้วควรปล่อยให้แห้ง 4 ชั่วโมง ก่อนทารอบที่ 2
  5. กรณีจำเป็นต้องเสริมแรงด้วยไฟเบอร์ ให้ปูแผ่นตาข่ายไฟเบอร์ไว้ระหว่างชั้นแรกและชั้นที่สอง ในขณะชั้นแรกยังไม่แห้ง แนะนำให้ทาชั้นที่สอง ทับอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เนื้อฟิล์มกลบแผ่นตาข่ายไฟเบอร์ได้สนิท
  6. หลังจากทาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรปกป้องพื้นผิวอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
ข้อควรระวัง
  • ไม่ควรทำงานกลางแดดจัด พื้นผิวที่ร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 10-35 °C
  • ล้างเครื่องมือด้วยน้ำหลังการใช้งานทุกครั้ง
  • ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
การเก็บรักษา
  • ควรเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ปราศจากความชื้น และมีอากาศถ่ายเท อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อม
  • อายุของผลิตภัณฑ์ 1 ปี นับจากวันที่ผลิตในสภาพยังไม่เปิดถุงใช้ (ถ้าหากใช้ไม่หมดถุงต้องมัดปากถุงให้แน่นสนิททุกครั้ง)